Archive for November 7th, 2018

ชมทะเลหมอกหยุนไหล บ้านสันติชล

ปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งความสุขค่ะ ใครๆ ก็อยากจะจับมือกันมาชมทะเลหมอกสวยๆ บนขุนเขาใหญ่ ท่ามกลางอากาศหนาวๆ จะได้ความรู้สึกหลายอย่างรวมกันทั้งอบอุ่น และโรแมนติก รวมถึงความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และวันนี้เราก็ได้มาถึงแล้วค่ะ ที่ จุดชมทะเลหมอกหยุนไหล บ้านสันติชล จ.แม่ฮ่องสอน

ไร่รื่นรมย์ ตั้งแคมป์ เชียงราย

ไร่รื่นรมย์ เป็นไร่ปลูกพืชผักแบบเกษตรอินทรีย์ และเปิดเป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของการเกษตรค่ะ รวมไปถึงยังมีที่พักแบบฟาร์มสเตย์ให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมที่ไร่อีกด้วย ถ้าปีใหม่นี้ มานอนชิลล์ที่นี่ ก็จะได้เที่ยว ได้ประสบการณ์ดีๆ กลับไปเยอะเลยค่ะ

แต่งชุดไทย ย้อนยุค ที่ เมืองมัลลิกา รศ.124

ตามแอดมินเพจ ตามติดชีวิตผีบ้า ไปแต่งชุดไทยห่มสไบสวยๆ เดินเล่นย้อนยุคที่เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จังหวัดกาญจนบุรีกันค่ะ เมืองมัลลิกา รศ. 124 เป็นเมืองย้อนยุคของไทยที่จำลองขึ้นมา โดยจะพาเราย้อนเวลากลับไปยังสมัย ร. 5 ภายในมีการจำลองวิถีชีวิตแบบโบราณ ลักษณะความเป็นอยู่ของชาวสยามในอดีต ทั้งเรือนไทยหลังใหญ่ริมทุ่งนา เรือนไม้ที่มีศาลาริมน้ำ รวมถึงการเดินทางด้วยเรือของพ่อค้าแม่ค้าที่แต่งชุดไทยมาขายอาหารไทย ขนมไทย ผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกมากมาย ทั้งชมการละเล่นพื้นบ้านไทย ชมวิธีการดั้งเดิมในการฝัดข้าว ชมการทำขนมไทย ชมการร้อยมาลัยดอกไม้ และนั่งรถลาก หรือที่เราเรียกกันติดปากว่ารถเจ๊ก เนื่องจากในยุคนั้นคนลากส่วนใหญ่เป็นคนจีนที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เดินเข้าไปเที่ยวเฉยๆ คงไม่ได้ฟีล ที่นี่จึงมีชุดไทยให้เช่า ผู้หญิง 200 บาท ผู้ชาย 100 บาท เด็ก 50 บาท รวมถึงต้องแลกเงินก่อน เพราะจะใช้เงินโบราณในการจับจ่ายซื้อของ แต่งชุดไทยเข้าไปเดินเล่นย้อนยุค เพลิดเพลิน แถมยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรม เห็นภาพแห่งอดีตเมื่อ 100 กว่าปีก่อน กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124 จึงเป็นที่เที่ยวอีกหนึ่งแห่งที่ไม่ควรพลาด

กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์

กิ่วแม่ปาน อยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ (คลิกอ่าน เจดีย์คู่ “พ่อและแม่” ที่ ดอยอินทนนท์) เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นที่นักท่องเที่ยวหลายคนขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า และกอดทะเลหมอกกันอย่างสมใจ ! เวลาในการเดินทางขึ้นไปจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 ชม. และจะมีไกด์ซึ่งเป็นชาวบ้านนำเดินเพื่อลดความเสียหายของธรรมชาติ และดูแลเรื่องขยะด้วยค่ะ ซึ่งค่านำเดินเที่ยวชมกิ่วแม่ปานนั้นจะอยู่ที่กรุ๊ปละ 200 บาท กรุ๊ปนึงจะมีกี่คนก็ได้ค่ะ จะไปกันเองกับไกด์แค่ 2-3 คน หรือ จะรวมกลุ่มไปเป็น 10 คนก็ได้เลย เงิน 200 บาทที่ได้จากการนำเดินชม ไกด์ชาวบ้านจะนำไปเพื่อรักษาธรรมชาติ และทำแนวกั้นไฟให้ป่านั่นเอง หลังจากที่ได้ลงชื่อเข้าเดินศึกษาธรรมชาติแล้ว ก็มีพี่ไกด์มาคอยแนะนำไปตลอดทางค่ะ เราจะเดินขึ้นไปชมทั้งหมด 21 จุดด้วยกัน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรในแนวดิ่ง แต่เราเดินในแนวราบเลยกลายเป็น 5 กิโลเมตรนิดๆ ค่ะ ไฮไลท์จะอยู่ที่จุดชมวิวที่ 9 ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนมาถ่ายรูปสวยๆ กับทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้น สำหรับจุดอื่นๆ ก็จะเป็นการเดินชมศึกษาธรรมชาติไปเรื่อยๆ โดยจะมีพี่ไกด์คอยอธิบายแต่ละจุดเป็นอย่างดี มีอะไรสงสัยถามพี่เขาได้ตลอดทางเลยค่ะ หลังจากเดินมาถึงจุดที่ 9 ตรงนี้จะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และ ทะเลหมอกค่ะ เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ซึ่งจะเห็นภูเขาสูงซึ่งเป็นปลายๆ ของ เทือกเขาหิมาลัย ปกคุลมไปด้วยเมฆหมอกที่สวยงามราวกับภาพวาดทีเดียว เราเลยใช้เวลาตรงนี้ค่อนข้างนานหน่อย ต่อคิวกันถ่ายรูปค่ะ มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งด้วยนะ เลยขอแอบถ่ายไว้ซะหน่อย ! ต่อมาก็จะเป็นการเดินตามแนวสันเขาค่ะ จะไม่อันตรายเลยถ้าปฏิบัติตัวตามที่พี่ไกด์บอก เดินเป็นแถวเรียงเดี่ยวกันลงไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็แวะชมธรรมชาติตามทางไปค่ะ จะมีทั้งกุหลาบพันปี ที่ขึ้นมาชูกิ่งก้าน ดอกสีแดงบายสวยรับลมหนาว และทุ่งหญ้าสวยๆ ตามทางไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดชมวิวอีกแห่งที่จะมองเห็น พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่คู่กันสวยงาม ค่ะ หลังจากชมพระธาตุทั้ง 2 แล้ว ทางต่อไปจะเป็นทางเดินสลับขึ้นลงเขาสัก 3-4 รอบค่ะ ระหว่างทางก็ยังคงมีป่าเขียวให้ได้รับอากาศดีๆ เข้าปอดไปเหมือนกัน อากาศยังคงหนาวเหมือนเดิม และจะมีจุดนั่งพักอยู่เป็นระยะ การเดินขึ้นๆ ลงๆ เขาเลยไม่ได้ยากลำบากมากค่ะ ค่อยๆ เดิน เหนื่อยก็พักไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุด 21 ซึ่งไกด์ก็จะสรุปเส้นทางที่เราเดินมาทั้งหมดให้ฟัง พร้อมพูดถึงความสำคัญของการมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แบบนี้ให้เราฟังอย่างย่อๆ อีกด้วย เป็นอันจบเส้นทาง กิ่วแม่ปาน ในครั้งนี้ค่ะ หวังว่าครั้งหน้า หรือครั้งไหนๆ จะได้มากลับมาเดินขออากาศดีๆ จากผืนป่ามาฟอกปอดอีกครั้ง

ผาช่อ เชียงใหม่

การได้เดินทางชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาตินั้นมักทำให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง และที่ ผาช่อ เชียงใหม่ แห่งนี้ก็เช่นกัน ความอลังการแบบธรรมชาติสร้างนี้แหละที่จะทำให้ต้องตะลึงสมกับชื่อแกรนด์แคนยอนเมืองไทย

ชมทะเลสาบสายหมอก ปางอุ๋ง

เคยได้ยินไหมครับ ว่าหากได้พบกับสิ่งดีๆ ตั้งแต่เช้าวันใหม่ จะทำให้วันนั้นเราอารมณ์ดีไปทั้งวันเชื่อว่าหากคุณได้ลืมตาตื่นขึ้นมา พบกับภาพที่แสนมหัศจรรย์ของ ปางอุ๋ง ยามฤดูหนาวแบบนี้ ก็คงแฮปปี้ทั้งวันอย่างแน่นอน ตามเราแพ็คกระเป๋าไปเที่ยว ปางอุ๋ง เที่ยวหน้าหนาว แม่ฮ่องสอน ล่องแพลำน้อย ชมทะเลสาบสายหมอก กันเลยครับ ปางอุ๋ง ที่ใครๆ ต่างขนานนามให้เป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ดูจะไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริง ด้วยความงามของทิวสนลำต้นสูงใหญ่ รายล้อมรอบอ่างเก็บน้ำที่สงบนิ่ง อากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และเหล่าหงส์ที่ว่ายน้ำคลอเคลียกันไม่ห่าง ทั้งหมดนี้คุณสามารถพบเห็นได้เพียงเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 2 ชั่วโมง แต่หากต้องการสัมผัสไอหมอกยามเช้าแล้วล่ะก็ แนะนำให้กางเต็นท์พักแรมที่ปางอุ๋งเลย (ติดต่อลงทะเบียนผ่านศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน) รับรองว่าสิ่งที่คุณได้เห็นจะกลายเป็นความทรงจำอันแสนประทับใจ ภาพของไอหมอกยามเช้าที่ค่อยๆ ละเลียดผ่านหุบเขาลอยลงอย่างอ้อยอิ่ง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวความสุขกันอย่างเต็มอิ่ม กระทั่งแสงอาทิตย์ทอประกายสะท้อนผิวน้ำ และไอหมอกนั้นงดงามจนแทบลืมหายใจเลยทีเดียว รู้จัก ปางอุ๋ง – “ปาง” หมายถึง ที่พักของคนที่ทำงานอยู่ในป่า ส่วน “อุ๋ง” หมายถึงที่ลุ่มต่ำลักษณะเป็นแอ่งกระทะมีน้ำขัง – ปางอุ๋งมีชื่อเต็มว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) อันเป็นโครงการเนื่องในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมพัฒนาอาชีพ และความเป็นอยู่ของราษฎรกลุ่มน้อยในบริเวณนี้ให้ดีขึ้น รวมถึงฟื้นฟู และอนุรักษ์ธรรมชาติให้มีความสมบูรณ์ยั่งยืน – ติดต่อสอบถามระเบียบข้อปฏิบัติ การจองห้องพัก และการพักค้างแรมด้วยเต็นท์ ที่ศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร.0-5361-1244 มือถือ 08-5618-3303 โทรสาร 0-5361-1649, 0-5361-1690

เที่ยวเมืองนคร ไหว้พระบรมธาตุ

ถ้าพูดถึงนครศรีธรรมราช หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “เมืองนคร” หรือ “เมืองคอน” นั้น แน่นอนว่าต้องนึกถึง พระบรมธาตุเจดีย์ ที่ยิ่งใหญ่ อาหารปักษ์ใต้รสเด็ด ตลาดร้อยปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ พระบรมธาตุเจดีย์ องค์ใหญ่สีขาวสวยเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมือง เป็นโบราณสถานสถานศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองนครศรีธรรมราชค่ะ อีกทั้งยังเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกด้วย

ชิลล์ เที่ยวเชียงคาน เมืองโบราณริมน้ำโขง

เชียงคาน เมืองที่ยังคงความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมโบราณดั้งเดิม เป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยวมาทุกยุคทุกสมัย ไม่น่าเชื่อว่าตรอกเล็กๆ ริมน้ำโขงแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวทุกมุมโลกมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย และที่สำคัญเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สามารถไปเที่ยวได้ในทุกช่วงเวลาทั้งหน้าร้อน หน้าฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าหนาวค่ะ ว่าแล้ว ตามเราไปเดินชิลล์เชียงคานกัน เชียงคาน เป็นเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทยที่จังหวัดเลย ค่ะ เสน่ห์ดึงดูดใจของที่นี่ก็คือขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มนต์สเน่ห์แห่งความพอเพียง และวัฒนธรรมประเพณีที่สืบต่อกันมา เช่น การตักบาตรข้าวเหนียว ยังคงมีให้เห็นได้ในทุกเช้ามืดของเมืองที่เงียบสงบแห่งนี้ บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอย เล็กๆ เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ขนานคู่กันไปไปกับถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เริ่มตั้งแต่ถนนศรีเชียงคาน ซอยที่ 1- 24 ค่ะ สำหรับกิจกรรมชิลล์ๆ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนมักทำกันก็คือ การขี่จักรยาน ปั่นชิลล์เลียบริมน้ำแม่โขง มองเห็นฝั่งประเทศลาวอยู่ไกลๆ รวมถึงการปั่นจักรยานไปตามตรอกซอกซอยต่างๆ เพื่อถ่ายรูป และดูบ้านเรือนเก่าๆ นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการ ตักบาตรข้าวเหนียว ในยามเช้า ของทุกวันที่ชาวบ้านจะนำข้าวเหนียวมาใส่บาตรกันค่ะ รวมไปถึงการไหว้พระทำบุญที่วัดใกล้ๆ ชุมชน นักท่องเที่ยวก็สามารถไปร่วมทำบุญกันได้ เชียงคานเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้นที่พักส่วนใหญ่จะเป็นแบบเกสเฮ้าส์ หรือโฮมสเตย์ ความสะดวกสบายอาจจะไม่เท่าโรงแรม หรือรีสอร์ทใหญ่ๆ แต่ถ้าเราอยากมาเที่ยวแบบใกล้ชิดกับวิถีของคนในพื้นที่จริงๆ ก็เป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ค่ะ การเดินทางมาเชียงคาน เมื่อเข้าสู่เขตจังหวัดเลยแล้ว ให้มุ่งตรงผ่าน อ.ภูผาม่าน อ.ภูกระดึง อ.วังสะพุง เข้าตัวเมืองเลย แล้วแยกขวามุ่งสู่ อ.เชียงคาน รวมระยะทางกรุงเทพฯ ประมาณ 587 กม.

กอดลมหนาว นั่งเฝ้าพระอาทิตย์ขึ้น ที่ ภูเรือ

ปีนี้เราพามากอดอากาศหนาวๆ และนั่งเฝ้าพระอาทิตย์ขึ้นกันที่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย ที่ที่หนาวที่สุดในภาคอีสานบ้านเฮากันค่ะ ซึ่งจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นจะมีอยู่ 2 จุดด้วยกันคือ จุดชมทิวทัศน์เดโช เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ในวันที่อากาศดี นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูต่างๆ ของเมืองเลยได้ และอีกจุดชมวิว คือ ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเรือประมาณ 3 กิโลเมตร

เที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรี

ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวสังขละบุรีแบบชิลล์ๆ แล้วล่ะก็ ตามเรามาขับรถเที่ยวสังขละบุรีข้ามไปถึงฝั่งพม่ากันค่ะ หลายคนอาจจะคิดว่า ขับรถไปชิลล์ในพม่านั้นฟังดูเหมือนไกลๆ ยากๆ หน่อย แต่จริงๆ แล้วไม่ไกล และไปไม่ยากเลยค่ะ เริ่มจากเราจะพาเพื่อนๆ ขับรถไปเที่ยว “วัดเสาร้อยต้น” เมืองพญาตองซู ประเทศพม่า ที่อยู่ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ประมาณ 5 กม. เท่านั้นเอง ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ มักจะข้ามแดนเข้ามาเที่ยวที่วัดเสาร้อยต้นนี้ด้วยเช่นกันค่ะ เนื่องจากเดินทางไม่ยาก สามารถขับรถเข้าไปเองหรือนั่งรถสองแถวบริการนำเที่ยวจากด่านก็ได้อีกด้วย ก่อนจะข้ามฝั่งไปพม่า เราก็แวะที่ “ด่านเจดีย์สามองค์” กันก่อนค่ะ ด่านพระเจดีย์สามองค์ ตั้งอยู่ที่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นเขตสิ้นสุดชายแดนตะวันตกของประเทศไทย กั้นพรมแดนระหว่างไทยและพม่านั่นเอง ต้องขอบอกว่าสมัยก่อนที่แห่งนี้เคยเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญในการทำสงครามไทย–พม่า เดิมเรียกกันว่า “หินสามกอง” เนื่องจากชาวบ้านผ่านมาบริเวณนี้ ก็จะนำหินมากองไว้เพื่อสักการะเป็นสิริมงคลในการเดินทาง นานวันกองหินก็ได้มีขนาดใหญ่ขึ้นค่ะ และต่อมาใน พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีก็ได้นำชาวบ้านมาก่อสร้างเจดีย์จากหินกองใหญ่ ซึ่งเป็นเจดีย์สามองค์ในปัจจุบันค่ะ หลังจากนั้น เราก็จะข้ามแดนไปฝั่งพม่ากันค่ะ โดยจะต้องทำการติดต่อที่ด่านชายแดนเจดีย์สามองค์เพื่อทำบัตรผ่านแดนเข้าพม่าภายใน 1 วันเสียก่อน เอกสารที่ต้องเตรียม มีดังนี้ 1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ข้ามแดนทุกคน โดยเจ้าหน้าที่จะเก็บบัตรประชาชนตัวจริงไว้ 1 ใบ และให้บัตรผ่านแดนมา เมื่อกลับเข้ามาอย่าลืมแวะด่านเพื่อแลกบัตรประชาชนตัวจริงคืนนะคะ 2. กรณีนำรถยนต์เข้าไปในพม่า จะต้องใช้ สำเนาทะเบียนรถ/พรบ./ประกันภัย/ป้ายวงกลม(ป้ายการเสียภาษี) อย่างใดอย่างหนึ่ง และเสียค่าธรรมเนียมคันละ 50 บาท (มอเตอร์ไซค์เอาเข้าไปไม่ได้) undefined ค่าธรรมเนียมผ่านด่านชายแดนเจดีย์สามองค์ จากฝั่งไทยไม่เสียค่าธรรมเนียม ส่วนฝั่งพม่าเสียค่าธรรมเนียมคือ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 10 ดอลล่าร์ (ชาวต่างชาติไม่สามารถประทับตราวีซ่าใหม่ ณ จุดผ่านแดนนี้ได้) เวลาทำการด่านเข้า-ออก 6.00 น. – 18.00 น. ติดต่อสอบถามการเปิด-ปิดด่านได้ที่ ตม.สังขละบุรี โทร 034-595-335 ข้อแนะนำ – นักท่องเที่ยวที่ผ่านแดน ไม่สามารถพักค้างคืนในพม่าได้ ต้องกลับเข้ามายังฝั่งไทยก่อนเวลาด่านปิด คือเวลา 18.00 น. – หากขับรถยนต์เข้าไปในพม่าต้องเปลี่ยนจากขับเลนซ้ายเป็นเลนขวา – สามารถเช่ามอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองสังขละ เพื่อขี่ไปเที่ยวแถวบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ได้ แต่ไม่สามารถนำมอเตอร์ไซค์ผ่านข้ามแดนไปพม่า – ฝั่งพม่ามีมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาทัวร์วัดและตลาด ราคาประมาณ 100 – 120 บาท เช่นไปวัดเสาร้อยต้น ตลาดพญาตองซู และวัดเจดีย์ทอง สำหรับใครที่กลัวหลง เดินทางไม่ถูก ไม่ต้องห่วงนะคะ ที่ด่านมีแผนที่ในการเดินทางให้ สามารถขอเจ้าหน้าที่ได้เลย เมื่อเข้าฝั่งพม่าแล้ว อย่าลืมว่าต้องขับรถเป็นเลนขวาค่ะ ถนนเป็นลาดยางนิดหน่อย หลังจากนั้นจะเจอแต่ทางดินลูกรัง ขรุขระบ้าง ได้บรรยากาศแอดเวนเจอร์หน่อยๆ ทีเดียว ขับรถไม่กี่กิโลเมตร ก็จะถึง “วัดเสาร้อยต้น” หรือ Tai Ta Ya Monastery ค่ะ วัดเสาร้อยต้น เมืองพญาตองซู ประเทศพม่า เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะเคยสร้างและเคยจำพรรษาที่นี่ สร้างโดยใช้เสาทั้งต้นจากไม้แดง จำนวนมากถึง 105 ต้น จนกลายเป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง ที่ชั้น 2 เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป สามารถขึ้นมาไหว้พระได้ค่ะ บริเวณด้านหลังวัด เราจะเจอกับกำแพงพระยืน เป็นพระพุทธรูปประทับบนดอกบัว พร้อมพระอรหันต์จำนวน 120 รูป ยืนเป็นแนวทอดยาวไปยังภูเขาค่ะ มีความตั้งใจจากท่านเจ้าอาวาสว่าจะสร้างให้ถึง 500 รูปทีเดียว จากนั้น เราก็ขับรถเลยจากวัดไปประมาณ 2 กม. เพื่อไปเที่ยวกันต่อที่ “วัดเจดีย์ทอง” หรือ “วัดทองคำ” ค่ะ วัดเจดีย์ทองตั้งอยู่บนเนินเขา ไม่ห่างจากวัดเสาร้อยต้นมาก สามารถขับรถขึ้นไปถึงบริเวณเจดีย์ได้ องค์เจดีย์มีขนาดไม่ใหญ่มาก สีทองอร่าม ฐานทรงเหลี่ยม ด้านบนทรงระฆัง รูปทรงคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองในเมืองย่างกุ้ง รอบองค์เจดีย์มีซุ้มประดิษฐานพระพม่า จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองพญาตองซู และฝั่งไทยได้ด้วยค่ะ หลังจากลงมาจากวัดเจดีย์ทอง ก็สามารถขับรถไปที่ “ตลาดพญาตองซู” ได้อีกแห่ง สำหรับตลาดพญาตองซูนั้น เป็นเหมือนตลาดสดของไทย มีทั้งของสด ของกิน ของใช้ทั่วไป ส่วนของที่ระลึกที่เห็นมีขายแทบทุกร้าน คือ ใบพลู หมาก ปูน เพราะยังมีคนพม่าจำนวนมากที่ยังกินมาก ยังมีรถเข็นขายหมากทำสำเร็จไว้ให้ด้วย นอกจากนี้ก็มีพวกเสื้อผ้า